วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

PTTEP คาดผลิตก๊าซฯ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย-บี 17 ปลายปีนี้

นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP)หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย-บี 17 ซึ่ง ปตท.สผ. มีสัดส่วนถือหุ้น 50% คาดว่าจะสามารถเริ่มทำการผลิตก๊าซฯจากแหล่งมูดาและเจงก้าได้ปลายปีนี้ ในอัตราการผลิตเริ่มต้นที่ 135 ลูกบาศก์ฟุต/วัน แหล่งดังกล่าวได้เสร็จสิ้นการดำเนินงานติดตั้งแท่นผลิตกลาง แท่นพักอาศัย แท่นปล่องเผาก๊าซฯ สะพานเชื่อม แท่นหลุมผลิต ท่อส่งก๊าซระหว่างแท่นหลุมผลิตและแท่นผลิตกลาง และเรือกักเก็บปิโตรเลียม รวมทั้ง ได้มีการทดสอบการไหลของก๊าซฯ บนแท่นหลุมผลิต และทดสอบการทำงานของแท่นผลิตกลางตามแผนงานที่กำหนดไว้ สำหรับผลดำเนินงานไตรมาส 3/52 ว่า PTTEP และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 5,259 ล้านบาท ลดลง 7,725 ล้านบาท หรือ 59% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,984 ล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (Return on shareholders’ equity) ในอัตราร้อยละ 15 ทั้งนี้ PTTEP และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 30,769 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 42,434 ล้านบาท ลดลง 11,665 ล้านบาท หรือ 27% ส่วนใหญ่เป็นผลจากราคาผลิตภัณฑ์เฉลี่ยลดลงในไตรมาสนี้เป็น 39.90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 54.52 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ แม้ในไตรมาสนี้อัตราแลกเปลี่ยนในการขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 34.31 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 33.65 บาท/เหรียญสหรัฐก็ตาม นอกจากนั้น ปริมาณการขายในไตรมาสนี้ลดลงเป็น 234,601 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ/วันเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการขายไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 240,839 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ/วัน โดยปริมาณขายที่ลดลงส่วนใหญ่มาจากโครงการอาทิตย์หยุดผลิตเพื่อซ่อมแซมประจำปีและการเรียกก๊าซฯ ของโครงการไพลินลดลง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติโครงการอาทิตย์เหนือ รวมถึงปริมาณการขายน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติของโครงการเวียดนาม 9-2 และโครงการบี 8/32 และ 9 เอ เพิ่มขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้รวมทั้งสิ้น 22,420 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 18,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,787 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการควบคุมสถานการณ์การรั่วไหลของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในแหล่งมอนทาราของโครงการพีทีทีอีพี ออสตราเลเชียให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ รวมถึงรายจ่ายที่เกิดจากการที่งานพัฒนาแหล่งมอนทาราต้องล่าช้าออกไปบริษัทฯ จึงต้องประเมินค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามมาตรฐานการบัญชี เรื่องประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น และตัดเป็นค่าใช่จ่ายในงบการเงินทันทีในไตรมาสที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ดังนั้น ในไตรมาส 3/52 นี้ บริษัทฯ จึงมีการบันทึกค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 5,174 ล้านบาท ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวสามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ บริษัทฯ มีการจัดทำประกันภัยคุ้มครองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้ ปตท.สผ.อยู่ในขั้นตอนเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากผู้รับประกันภัย โดยคาดว่าจะเริ่มรับค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยซึ่งจะเข้ามาเป็นรายได้ในไตรมาสต่อ ๆ ไป

เทพเทือกเผยรัฐบาลพร้อมใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ รับมือม็อบคนเสื้อแดง พ.ย.นี้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุรัฐบาลพร้อมประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หากประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ในช่วงเดือน พ.ย.นี้"ถ้าทำอย่างที่ประกาศว่าจะชุมนุมล้มล้างรัฐบาล ยึดสถานที่ราชการ อย่างนี้ผมต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพราะหน้าที่ของผมต้องรักษาบ้านเมืองไม่ให้ใครมาก่อความวุ่นวาย ทำลายกฎเกณฑ์ของบ้านเมือง ทำลายความสงบสุขของประชาชน" นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่คาดว่าจะมีการชุมนุมยืดเยื้อในเดือน พ.ย. นายสุเทพ กล่าวว่า ขอให้กลุ่ม นปช.และพรรคเพื่อไทยใช้วิถีทางตามรัฐธรรมนูญ เพราะหากจะใช้กำลังคงไม่สามารถนำไปสู่ชัยชนะได้ เพราะจะทำให้ประชาชนและประเทศชาติพ่ายแพ้ ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเคยประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าวในพื้นที่เขตดุสิตเพื่อดูแลการชุมนุมของกลุ่ม นปช.มาแล้ว 3 ครั้ง คือ วันที่ 17 ต.ค., วันที่ 19 ก.ย. และวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา และไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

แก๊งเด็กแว้นปิดถนนซิ่ง ยิงเจาะหลังโจ๋ดับคาถนน

เมื่อเวลา 01.30 น.ร.ต.ท.สมบัติ ทองอุปการ ร้อยเวรสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง รับเแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตอยู่กลางถนนวิภาวดีรังสิต เส้นทางคู่ขนานขาออก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าด่านเก็บเงินทางด่วนหลักสี่ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม.พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายวีรพจน์ นิลเวก อายุ 18 ปี ใส่เสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์สีดำ นอนคว่ำหน้าอยู่กลางถนนดังกล่าว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าสีข้างหลังด้านซ้ายกระสุนฝังใน สอบสวนนายหยาม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี เพื่อนผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขี่ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่ามีโอ จำหมวดอักษรไม่ได้ ทะเบียน 573 ไปรับผู้ตายจากบ้าน ย่านดินแดงเพื่อไปหาเพื่อนอีกคนย่านดอนเมือง ระหว่างที่ผู้ตายเป็นผู้ขับขี่ตนนั่งซ้อนท้ายวิ่งมาตามถนนวิภาวดีก่อนถึงแยกไฟแดงหลักสี่ได้มีกลุ่ม จยย.แก๊งเด็กแว้นขี่แซงขึ้นไปผ่านหน้าป้อมตำรวจแยกหลักสี่ ระหว่างนั้นตนได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด รู้สึกเจ็บที่สีข้างด้านซ้ายจึงหันไปดูด้านหลัง พบชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายตำรวจจราจรกลางยืนหน้าป้อม ขณะนั้นผู้ตายก็เริ่มขับขี่ส่ายไปมาก่อนจะล้มลงตรงจุดที่พบศพแล้วแน่นิ่งไป ตนพยายามเขย่าร่างผู้ตาย แต่ไม่รู้สึก ด้วยความตกใจจึงรีบขี่ จยย.ย้อนกลับไปบอกแม่ผู้ตายที่บ้านพักว่าถูกยิงเสียชีวิต และนำ จยย.จอดที่บ้านพัก นางสะอาด นิลเวก อายุ 40 ปี มารดาของผู้ตายให้การว่า ลูกชายออกจากบ้านเมื่อเวลาประมาณห้าทุ่มเศษ บอกว่าจะไปหาเพื่อนย่านดอนเมือง แต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับเด็กแว้นหรือไม่ กระทั่งประมาณตีหนึ่งเศษ เพื่อนลูกชายได้ไปบอกว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิต รู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าจะมาถูกยิงเสียชีวิต ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน บ่นว่ารู้สึกร้อน หงุดหงิด นอนไม่หลับ เหมือนเป็นลางบอกการเสียชีวิต ร.ต.ท.สมบัติกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดการเสียชีวิตของคนตาย ส่วนคำให้การของเพื่อนคนตายที่บอกว่าได้ยินเสียงปืนแล้วหันไปเห็นชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายตำรวจที่ป้อมอาจเป็นคนยิงปืนใส่ขณะนี้ยังไม่ปักใจเชื่อมากนั้น เนื่องจากการสอบสวนพยานใกล้เคียงทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มเด็กแว้นขี่รถกันมาจำนวนมาก ส่วนรถของผู้ตายอยู่รั้งท้ายของขบวนด้านหน้า ส่วนด้านหลังยังมีกลุ่มเด็กแว้นอีกชุดขี่ตามมา และมีผู้เห็นเหตุการณ์ให้การอีกว่ากลุ่มมเด็กแว้นมีการพกไม้กระบองกันมาด้วย ซึ่งไม่ทราบว่าจะมีการเขม่นกันในกลุ่มเด็กแว้นด้วยกันหรือมไ จะทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุแท้จริงและติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งคืน(23 ต.ค.)ที่ผ่านมา พบแก๊งเด็กแว้นพากันออกมาปิดถนนขับขี่แข่งรถสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทั่วพื้นที่ กทม.และ ปริมณฑล โดยเมื่อเวลาประมาณตีหนึ่งเศษกลุ่มเด็กเเว้นจำนวนมากรวมตัวกันบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ แยกกล้วยน้ำไท ถนนพระราม 4 ,บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ถ.รัตนาธิเบศร์ พบแก๊งเด็กแว้น 100 คัน รวมตัวกันโดยมีการปิดถนนแข่งรถและวิ่งย้อนศรโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบแก๊งซิ่งจยย.หลายร้อยคันรวมตัวกันอีกหลายจุดไม่ว่าจะป็น สามแยกคลองเตย ถนนวิภาวดี ช่วงแยกสุทธิสาร ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนบางนาตราดและถนนจันทร์ ปากซอยจันทร์ 39

จับสองผัวเมียกระชากกระเป๋าสาวใหญ่

(17ต.ค.) เวลา 00.10 น. ร.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ร้อยเวรสภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญ ว่า มีเหตุชิงทรัพย์บริเวณซอยข้างธนาคารกสิกรไทย ถนนราษฎรดำริ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี หลังเกิดเหตุพลเมืองดีช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายเป็นหญิงที่ก่อเหตุได้ 1 คน หน้าปากทางเข้าสระว่ายสุวิมลคลับตรงข้ามบ่อตกปลาเก่าและคนร้ายอีก 1 คนหลบหนีซอยโรงเรียนพณิชยการปราจีนบุรี ถนนราษฎรดำริ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและพร้อมด้วย พ.ต.ท.บุญสม จิตรนิยมเสน รอง ผกก.(ป) สภ.เมืองปราจีนบุรี รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นซอยติดต่อถึงกันรูปโค้งตัวยู จากปากทางถนนราษฏรดำริเข้าไปเกือบ 1 กม.พลเมืองดีพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสามารถจับกุมตัวน.ส.ดุษฎี เจริญทรัพย์ อายุ 24 ปี เลขที่ 78/125หมู่ 3 ต.บางเดชะ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พร้อมของกลางกระเป๋าถือผ้าสีดำ 1 ใบภายในมีกระเป๋าเงินเกือบ 2 หมื่นบาท และโทรศัพท์ผู้เสียหาย 1เครื่อง และพบรถจยย.ของคนร้ายสีแดงคาดดำ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นแสมท ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน ล้มอยู่จึงรวบรวมเป็นหลักฐานและนำมาสอบสวนที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี
น.ส.ดุษฎี กล่าวว่า ตนพร้อมแฟนหนุ่มชื่อนายศรชัย ปรุโปร่ง อายุ 30 ปี อยู่อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี มาจากเยี่ยมพี่สาวแฟนที่ อ.ศรีมโหสถ ขากลับได้แวะมาเที่ยวงานจัดบูธสินค้าชายน้ำตลาดล่างเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ในงานแข่งเรือยาวประพณี ก่อนเกิดเหตุแฟนหนุ่มได้วิ่งราวกระเป๋าถือหญิงคนหนึ่งแล้ววิ่งขึ้นจยย.พาตนขับหนีเข้ามาซอยดังกล่าว แต่มีพลเมืองดีติดตามมาระหว่างหลบหนีรถจยย.ล้มแฟนหนุ่มอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปบ่อตกปลาร้างทิ้งตนไว้ถูกพลเมืองดีใช้รถจยย.ไล่ติดตามมา 7-8คันช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ ตนและแฟนหนุ่มเพิ่งคบหากัน แต่ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าเสพยาบ้ามาก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ
หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าบริเวณดังกล่าวด้านหลังเป็นป่าหญ้ารกสูงสามารถตัดหนีออกด้านนอกได้ คาดคนร้ายอาจหนีออกด้านนอกไปแล้วแต่ได้วางกำลังและวิทยุสกัดตามเส้นทางหลบหนีแต่ยังไม่พบร่องรอย
นายวันชัย ตั้งตนเอง อายุ 28 ปี อยู่ล้านเลขที่ 84/33 ถนนหน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พลเมืองดีที่ติดตามช่วยกันจับกุมคนร้าย กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุนั่งดื่มกินสุราอยู่ในซอยกับกลุ่มเพื่อน ๆ ได้ยินเสียงหญิงสาว 2 คนตะโกนให้ช่วยมีคนกระชากกระเป๋า พร้อมวิ่งติดตามมา เห็นรถจยย.คนร้ายผ่านไปจึงพร้อมด้วยนายอนุวัช จำรูน อายุ 31 ปี ขับรถ จยย.ติดตามมาอย่างกระชั้นพร้อมๆกันยังมีเพื่ออีก 7-8คนขี่รถ จยย.ไล่ตามมา คนร้ายพยายามเร่งรถหนีเข้าซอยและรถเสียหลักคว่ำ คนขับเป็นชายหลบหนีไปได้ทิ้งผู้หญิงไว้จึงช่วยกันจับกุมรอเจ้าหน้าตำรวจดังกล่าว
ด้านนางนันภัสตร์ พิชยธนพงษ์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 ซอยประวิทย์ 1/3 อุดมสุข 51 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ กล่าวว่า เดินทางมาจากกรุงเทพฯพร้อมครอบครัวหลังจอดรถจะแวะพาครอบครัวเที่ยวงานแสดงบูธสินค้า คนร้ายได้กระชากกระเป๋าที่ถือไป ลูกสาวคือ น.ส.นภัสนันท์ พิชยธนพงษ์ อายุ18 ปีและ ญาติชื่อฝ้าย เป็นชาวใต้หวันได้วิ่งตามคนร้ายและตะโกนขอให้คนช่วย ก่อนหน้านี้ตนเคยถูกคนร้ายทำทีว่ามาซ่อมจานดาวเทียมและงัดทรัพย์สินเงินสดหมดไปกว่า 1แสนบาท และมาเที่ยวปราจีนบุรีครั้งนี้โดนอีกนับว่าโชคร้ายต่อเนื่องจริง ๆ

เนาวรัตน์แจงใส่ชุดหวืออีก เพราะโค้งสุดท้าย

มื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ส.ค. ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นิตยสารทีวีอินไซด์จัดงานประกาศรางวัล คนบันเทิงสุดฮอต ทีวีอินไซด์ ฮอต อวอร์ดส์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2552 เพื่อมอบรางวัลให้กับบุคคลในวงการบันเทิงทุกสาขา บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีบุคคลในวงการบันเทิง ทั้งศิลปินเพลงลูกทุ่ง สตริง และนักแสดง เดินทางมาร่วมงานกันอย่างมากมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบรรดาชุดเรียกร้องความสนใจของดาราสาวในงานนี้ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ดาราหญิงรุ่นเดอะ สร้างความฮือฮาอีกครั้งในชุดคล้ายนางเงือก กระโปรงสีเงินผ่าสูง ส่วนท่อนบนใช้ผ้าซีทรูสีเนื้อแนบเนื้อ ตัดเย็บลูกไม้ปักเลื่อมสีเงินประดับหน้าอก แผงคอ และส่วนต่อเอว หลังจากดาราหญิงเพิ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในชุดแนวเต้นรำที่ใช้ผ้าซีทรู ซึ่งใส่ไปงานสตาร์ อวอร์ด เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา



ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRJME9UTTVPRFV3TWc9PQ==

โจรบุกเดี่ยวจี้ร้านทอง"อึ้งเฮงหลี เยาวราช"ข้างแม็คโครบางกะปิ กวาดทองไปกว่า 16 บาท มูลค่ากว่า 2 แสนบาท ก่อนซิ่งจยย.หนีลอยนวล พนักงานสาว เผย ใช้เวลาลงมือเพียง 2 นาที หลังตำรวจมาตรวจตู้แดงไม่นาน (23ต.ค.) เวลา 10.00 น. พ.ต.ท.นิโรจน์ ผลบุญ พนักงานสอบสวน (สบ2) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ภายใน"ร้านห้างเพชรทองอึ้งเฮงหลี เยาวราช" ติดกับห้างแม็คโคร สาขาบางกะปิ ถนนลาดพร้าว แขวงคลงอจั่น เขตบางกะปิ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.สุพิชัย วิชยากร รอง ผกก.(ปป.)สน.ลาดพร้าว และเจ้าหน้าที่สายสืบสน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ก่อนวิทยุประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และใกล้เคียงสกัดจับคนร้าย
ที่เกิดเหตุร้านทองดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแม๊คโคร เจ้าหน้าที่พบพนักงานสาวของร้านทองจำนวน 3 คน ประกอบด้วย น.ส.ปัทมา เลไทสง อายุ 28 ปี น.ส.ธิดา มาประโคน อายุ 26 ปี และน.ส.กัลยา สัญกลาง อายุ 27 ปี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวในอาการตื่นตกใจ โดย น.ส.ปัทมา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนทั้ง 3 คนกำลังทำความสะอาดร้านทองตั้งแต่เวลา 09.00 น. เพื่อเตรียมเปิดร้านเวลา 10.00 น. จากนั้นเวลาประมาณ 09.55 น. ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาเซ็นต์ตู้แดงในร้านทอง
น.ส.ปัทมา กล่าวอีกว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเซ็นต์ตู้แดงออกไปไม่นาน ก็มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟิโน่ สีแดงขาวคาดน้ำตาล ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน แต่งกายสวมเสื้อยืดสีเทาลายขวางสีแดง สวมทับด้วยเสื้อแจ๊คเก็ตสีกรมท่าแขนยาว สวมกางเกงขายาวสีกรมท่า สวมรองเท้าผ้าใบยี่ห้อพู่ม่าสีดำคาดขาว สวมหมวกกันน๊อคครึ่งใบไม่มีกระจกบังหน้าสีดำยี่ห้ออินเด็ก และใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวลายดอกปิดบังใบหน้าไว้ เดินเข้ามาในร้านขณะที่พวกตนทำความสะอาดอยู่ แล้วคนร้ายชักอาวุธปืนออกมาจากเอวสังเกตเห็นปืนเป็นสีบรอนซ์เงิน
"คนร้ายตะโกนขู่ว่าเอาทองมาให้กู จังหวะนั้นพวกหนูอยู่ในอาการตื่นตกใจและกลัว ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่ง หาที่หลบเพราะกลัวถูกยิง จากนั้นคนร้ายเดินเข้ามาในเค้าเตอร์กวาดเอาทองในถาดจำนวน 3 ถาด แล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต วิ่งหลบหนีไปอย่ารวดเร็ว โดยใช้เวลาก่อเหตุไม่เกิน 2 นาที จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้คว้าทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 สลึง จำนวน 20 เส้น สองสลึง จำนวน 10 เส้น และสามสลึง จำนวน 6 เส้น รวมทองทั้งหมด 16 บาท 3 สลึง มูลค่า 285,625 บาท"น.ส.ปัทมา กล่าวด้วยอาการตื่นตกใจ
ด้าน พ.ต.ท.นิโรจน์ กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุก็รีบประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจในพื้นที่และสายตรวจพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อสกัดจับคนร้าย โดยแจ้งรูปพรรณสันฐานของคนร้ายและยานพาหนะ ซึ่งทราบเพียงว่าคนร้ายหลบหนีไปทางถนนลาดพร้าวขาเข้าแต่ขณะนี้ยังไม่มีวี่แวว เนื่องจากถนนมีแยกซอยหลายแยกคนร้ายน่าจะดูลาดเลามาอย่างดี เนื่องจากมาก่อเหตุหลังเจ้าหน้าที่สายตรวจมาตรวจตู้แดงได้ไม่นาน และน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของร้านว่าเปิดปิดเวลาไหน
พ.ต.ท.นิโรจน์ กล่าวอีกว่า ขณะเกิดเหตุทางร้านไม่ได้ระมัดระวังตัว เพราะกำลังทำความสะอาดไม่ได้มีการล๊อคประตูหน้าร้าน โดยเจ้าหน้าที่จะได้นำกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ไปตรวจสอบพบว่าคนร้ายรูปร่างท้วม สูงประมาณ 165 ซม. สังเกตการแต่งตายและรองเท้าชัดเจน ซึ่งจะประสานฝ่ายสืบสวนประกอบกับหลักฐานรอยนิ้วมือแฝง เพื่อเป็นข้อมูลติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ร้านทองดังกล่าวเคยถูกคนร้ายก่อเหตุจี้ชิงทองลักษณะเดียวกันมาแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งไม่รู้เป็นคนร้ายรายเดียวกันหรือไม่

จีนเร่งให้ความรู้ชาวบ้านสกัดกาฬโรคปอด

เจ้าหน้าที่จีนได้แจกเอกสารคู่มือกว่า 40,000 เล่มและวัสดุอื่นๆเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคกาฬโรคปอด แก่ชาวบ้านในเมืองจือเข่อตัน มณฑลชิงไห่ ที่เป็นแหล่งระบาด เพื่อให้เกิดความเข้าใจและป้องกันการเกิดความตื่นตระหนก หลังจากมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้แล้ว 3 คนและอีก 9 คนยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยหนึ่งคนมีอาการหนักมากอีกคนกำลังดีขึ้น และอีก 7 คนอาการทรงตัว ส่วนหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี และสำนักข่าวซินหัว รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคระบาดในชิงไห่ ว่าการระบาดของกาฬโรคปอดในขณะนี้อาจมีต้นตอมาจากสุนัขติดเชื้อจากมาร์ม็อต ซึ่งเป็นสัตว์ฟันแทะชนิดหนึ่ง และหมัดในสุนัขตัวนี้ ก็อาจกัดชายที่เป็นเหยื่อของโรคนี้คนแรกขณะฝังซากสุนัขที่ตาย แล้วเชื้อได้แพร่กระจายไปยังชาวบ้าน
เมืองจือเข่อตันในเขตชนบทห่างไกลที่มีพื้นที่ 3,500 ตารางกิโลเมตรและมีประชากรราว 10,000 คนถูกปิดเพื่อกักกันโรคได้หลายวันแล้ว และทางการมั่นใจว่าควบคุมการระบาดได้โดยยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขชิงไห่ ย้ำว่า พื้นที่ระบาดได้รับยารักษาเพียงพอ และชาวบ้านใช้ชีวิตได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่ได้ทำการฆ่าเชื้อ และเผากำจัดซากสัตว์ทั้งหมดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อแล้ว
ขณะที่มีรายงานว่า ชาวบ้านส่วนหนึ่งในเมืองจือเข่อตันพยายามหลบหนีออกจากเมืองตั้งแต่เมื่อคืนวันจันทร์ หลังได้ยินข่าวมีผู้เสียชีวิตจากกาฬโรคเป็นรายที่สามในวันนั้นทั้งที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจภายในรัศมี 28 กิโลเมตรรอบเมืองเพื่อสกัดกั้นคนเข้าออก
ด้านโทมัส บัตเลอร์ นักวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยรอสส์ในสหรัฐ ระบุในบทความของวารสารคลีนิคัล อินเฟคเชียส์ ดีซีส (Clinical Infectious Diseases) ฉบับเดือนกันยายนว่า ขณะนี้กำลังมีการพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันกาฬโรคปอด ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิผล