วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ประโยชน์ของฟรีอีเมล์ได้ในเรื่องใดบ้าง

1. ตกแต่งเว็บไซต์
2 . การแชร์ข้อมูล
3 . นำไปตกแต่งใน Blogger ได้

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552

แบบทดสอบการส่งงาน

แบบทดสอบการส่งงานครั้งที่ 1 ที่นี่

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

PTTEP คาดผลิตก๊าซฯ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย-บี 17 ปลายปีนี้

นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP)หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย-บี 17 ซึ่ง ปตท.สผ. มีสัดส่วนถือหุ้น 50% คาดว่าจะสามารถเริ่มทำการผลิตก๊าซฯจากแหล่งมูดาและเจงก้าได้ปลายปีนี้ ในอัตราการผลิตเริ่มต้นที่ 135 ลูกบาศก์ฟุต/วัน แหล่งดังกล่าวได้เสร็จสิ้นการดำเนินงานติดตั้งแท่นผลิตกลาง แท่นพักอาศัย แท่นปล่องเผาก๊าซฯ สะพานเชื่อม แท่นหลุมผลิต ท่อส่งก๊าซระหว่างแท่นหลุมผลิตและแท่นผลิตกลาง และเรือกักเก็บปิโตรเลียม รวมทั้ง ได้มีการทดสอบการไหลของก๊าซฯ บนแท่นหลุมผลิต และทดสอบการทำงานของแท่นผลิตกลางตามแผนงานที่กำหนดไว้ สำหรับผลดำเนินงานไตรมาส 3/52 ว่า PTTEP และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 5,259 ล้านบาท ลดลง 7,725 ล้านบาท หรือ 59% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,984 ล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (Return on shareholders’ equity) ในอัตราร้อยละ 15 ทั้งนี้ PTTEP และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 30,769 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 42,434 ล้านบาท ลดลง 11,665 ล้านบาท หรือ 27% ส่วนใหญ่เป็นผลจากราคาผลิตภัณฑ์เฉลี่ยลดลงในไตรมาสนี้เป็น 39.90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 54.52 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ แม้ในไตรมาสนี้อัตราแลกเปลี่ยนในการขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 34.31 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 33.65 บาท/เหรียญสหรัฐก็ตาม นอกจากนั้น ปริมาณการขายในไตรมาสนี้ลดลงเป็น 234,601 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ/วันเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการขายไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 240,839 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ/วัน โดยปริมาณขายที่ลดลงส่วนใหญ่มาจากโครงการอาทิตย์หยุดผลิตเพื่อซ่อมแซมประจำปีและการเรียกก๊าซฯ ของโครงการไพลินลดลง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติโครงการอาทิตย์เหนือ รวมถึงปริมาณการขายน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติของโครงการเวียดนาม 9-2 และโครงการบี 8/32 และ 9 เอ เพิ่มขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้รวมทั้งสิ้น 22,420 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 18,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,787 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการควบคุมสถานการณ์การรั่วไหลของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในแหล่งมอนทาราของโครงการพีทีทีอีพี ออสตราเลเชียให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ รวมถึงรายจ่ายที่เกิดจากการที่งานพัฒนาแหล่งมอนทาราต้องล่าช้าออกไปบริษัทฯ จึงต้องประเมินค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามมาตรฐานการบัญชี เรื่องประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น และตัดเป็นค่าใช่จ่ายในงบการเงินทันทีในไตรมาสที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ดังนั้น ในไตรมาส 3/52 นี้ บริษัทฯ จึงมีการบันทึกค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 5,174 ล้านบาท ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวสามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ บริษัทฯ มีการจัดทำประกันภัยคุ้มครองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้ ปตท.สผ.อยู่ในขั้นตอนเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากผู้รับประกันภัย โดยคาดว่าจะเริ่มรับค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยซึ่งจะเข้ามาเป็นรายได้ในไตรมาสต่อ ๆ ไป

เทพเทือกเผยรัฐบาลพร้อมใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ รับมือม็อบคนเสื้อแดง พ.ย.นี้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุรัฐบาลพร้อมประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หากประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ในช่วงเดือน พ.ย.นี้"ถ้าทำอย่างที่ประกาศว่าจะชุมนุมล้มล้างรัฐบาล ยึดสถานที่ราชการ อย่างนี้ผมต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพราะหน้าที่ของผมต้องรักษาบ้านเมืองไม่ให้ใครมาก่อความวุ่นวาย ทำลายกฎเกณฑ์ของบ้านเมือง ทำลายความสงบสุขของประชาชน" นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่คาดว่าจะมีการชุมนุมยืดเยื้อในเดือน พ.ย. นายสุเทพ กล่าวว่า ขอให้กลุ่ม นปช.และพรรคเพื่อไทยใช้วิถีทางตามรัฐธรรมนูญ เพราะหากจะใช้กำลังคงไม่สามารถนำไปสู่ชัยชนะได้ เพราะจะทำให้ประชาชนและประเทศชาติพ่ายแพ้ ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเคยประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าวในพื้นที่เขตดุสิตเพื่อดูแลการชุมนุมของกลุ่ม นปช.มาแล้ว 3 ครั้ง คือ วันที่ 17 ต.ค., วันที่ 19 ก.ย. และวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา และไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

แก๊งเด็กแว้นปิดถนนซิ่ง ยิงเจาะหลังโจ๋ดับคาถนน

เมื่อเวลา 01.30 น.ร.ต.ท.สมบัติ ทองอุปการ ร้อยเวรสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง รับเแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตอยู่กลางถนนวิภาวดีรังสิต เส้นทางคู่ขนานขาออก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าด่านเก็บเงินทางด่วนหลักสี่ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม.พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายวีรพจน์ นิลเวก อายุ 18 ปี ใส่เสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์สีดำ นอนคว่ำหน้าอยู่กลางถนนดังกล่าว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าสีข้างหลังด้านซ้ายกระสุนฝังใน สอบสวนนายหยาม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี เพื่อนผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขี่ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่ามีโอ จำหมวดอักษรไม่ได้ ทะเบียน 573 ไปรับผู้ตายจากบ้าน ย่านดินแดงเพื่อไปหาเพื่อนอีกคนย่านดอนเมือง ระหว่างที่ผู้ตายเป็นผู้ขับขี่ตนนั่งซ้อนท้ายวิ่งมาตามถนนวิภาวดีก่อนถึงแยกไฟแดงหลักสี่ได้มีกลุ่ม จยย.แก๊งเด็กแว้นขี่แซงขึ้นไปผ่านหน้าป้อมตำรวจแยกหลักสี่ ระหว่างนั้นตนได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด รู้สึกเจ็บที่สีข้างด้านซ้ายจึงหันไปดูด้านหลัง พบชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายตำรวจจราจรกลางยืนหน้าป้อม ขณะนั้นผู้ตายก็เริ่มขับขี่ส่ายไปมาก่อนจะล้มลงตรงจุดที่พบศพแล้วแน่นิ่งไป ตนพยายามเขย่าร่างผู้ตาย แต่ไม่รู้สึก ด้วยความตกใจจึงรีบขี่ จยย.ย้อนกลับไปบอกแม่ผู้ตายที่บ้านพักว่าถูกยิงเสียชีวิต และนำ จยย.จอดที่บ้านพัก นางสะอาด นิลเวก อายุ 40 ปี มารดาของผู้ตายให้การว่า ลูกชายออกจากบ้านเมื่อเวลาประมาณห้าทุ่มเศษ บอกว่าจะไปหาเพื่อนย่านดอนเมือง แต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับเด็กแว้นหรือไม่ กระทั่งประมาณตีหนึ่งเศษ เพื่อนลูกชายได้ไปบอกว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิต รู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าจะมาถูกยิงเสียชีวิต ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน บ่นว่ารู้สึกร้อน หงุดหงิด นอนไม่หลับ เหมือนเป็นลางบอกการเสียชีวิต ร.ต.ท.สมบัติกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดการเสียชีวิตของคนตาย ส่วนคำให้การของเพื่อนคนตายที่บอกว่าได้ยินเสียงปืนแล้วหันไปเห็นชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายตำรวจที่ป้อมอาจเป็นคนยิงปืนใส่ขณะนี้ยังไม่ปักใจเชื่อมากนั้น เนื่องจากการสอบสวนพยานใกล้เคียงทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มเด็กแว้นขี่รถกันมาจำนวนมาก ส่วนรถของผู้ตายอยู่รั้งท้ายของขบวนด้านหน้า ส่วนด้านหลังยังมีกลุ่มเด็กแว้นอีกชุดขี่ตามมา และมีผู้เห็นเหตุการณ์ให้การอีกว่ากลุ่มมเด็กแว้นมีการพกไม้กระบองกันมาด้วย ซึ่งไม่ทราบว่าจะมีการเขม่นกันในกลุ่มเด็กแว้นด้วยกันหรือมไ จะทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุแท้จริงและติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งคืน(23 ต.ค.)ที่ผ่านมา พบแก๊งเด็กแว้นพากันออกมาปิดถนนขับขี่แข่งรถสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทั่วพื้นที่ กทม.และ ปริมณฑล โดยเมื่อเวลาประมาณตีหนึ่งเศษกลุ่มเด็กเเว้นจำนวนมากรวมตัวกันบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ แยกกล้วยน้ำไท ถนนพระราม 4 ,บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ถ.รัตนาธิเบศร์ พบแก๊งเด็กแว้น 100 คัน รวมตัวกันโดยมีการปิดถนนแข่งรถและวิ่งย้อนศรโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบแก๊งซิ่งจยย.หลายร้อยคันรวมตัวกันอีกหลายจุดไม่ว่าจะป็น สามแยกคลองเตย ถนนวิภาวดี ช่วงแยกสุทธิสาร ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนบางนาตราดและถนนจันทร์ ปากซอยจันทร์ 39

จับสองผัวเมียกระชากกระเป๋าสาวใหญ่

(17ต.ค.) เวลา 00.10 น. ร.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ร้อยเวรสภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญ ว่า มีเหตุชิงทรัพย์บริเวณซอยข้างธนาคารกสิกรไทย ถนนราษฎรดำริ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี หลังเกิดเหตุพลเมืองดีช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายเป็นหญิงที่ก่อเหตุได้ 1 คน หน้าปากทางเข้าสระว่ายสุวิมลคลับตรงข้ามบ่อตกปลาเก่าและคนร้ายอีก 1 คนหลบหนีซอยโรงเรียนพณิชยการปราจีนบุรี ถนนราษฎรดำริ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและพร้อมด้วย พ.ต.ท.บุญสม จิตรนิยมเสน รอง ผกก.(ป) สภ.เมืองปราจีนบุรี รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นซอยติดต่อถึงกันรูปโค้งตัวยู จากปากทางถนนราษฏรดำริเข้าไปเกือบ 1 กม.พลเมืองดีพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสามารถจับกุมตัวน.ส.ดุษฎี เจริญทรัพย์ อายุ 24 ปี เลขที่ 78/125หมู่ 3 ต.บางเดชะ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พร้อมของกลางกระเป๋าถือผ้าสีดำ 1 ใบภายในมีกระเป๋าเงินเกือบ 2 หมื่นบาท และโทรศัพท์ผู้เสียหาย 1เครื่อง และพบรถจยย.ของคนร้ายสีแดงคาดดำ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นแสมท ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน ล้มอยู่จึงรวบรวมเป็นหลักฐานและนำมาสอบสวนที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี
น.ส.ดุษฎี กล่าวว่า ตนพร้อมแฟนหนุ่มชื่อนายศรชัย ปรุโปร่ง อายุ 30 ปี อยู่อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี มาจากเยี่ยมพี่สาวแฟนที่ อ.ศรีมโหสถ ขากลับได้แวะมาเที่ยวงานจัดบูธสินค้าชายน้ำตลาดล่างเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ในงานแข่งเรือยาวประพณี ก่อนเกิดเหตุแฟนหนุ่มได้วิ่งราวกระเป๋าถือหญิงคนหนึ่งแล้ววิ่งขึ้นจยย.พาตนขับหนีเข้ามาซอยดังกล่าว แต่มีพลเมืองดีติดตามมาระหว่างหลบหนีรถจยย.ล้มแฟนหนุ่มอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปบ่อตกปลาร้างทิ้งตนไว้ถูกพลเมืองดีใช้รถจยย.ไล่ติดตามมา 7-8คันช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ ตนและแฟนหนุ่มเพิ่งคบหากัน แต่ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าเสพยาบ้ามาก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ
หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าบริเวณดังกล่าวด้านหลังเป็นป่าหญ้ารกสูงสามารถตัดหนีออกด้านนอกได้ คาดคนร้ายอาจหนีออกด้านนอกไปแล้วแต่ได้วางกำลังและวิทยุสกัดตามเส้นทางหลบหนีแต่ยังไม่พบร่องรอย
นายวันชัย ตั้งตนเอง อายุ 28 ปี อยู่ล้านเลขที่ 84/33 ถนนหน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พลเมืองดีที่ติดตามช่วยกันจับกุมคนร้าย กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุนั่งดื่มกินสุราอยู่ในซอยกับกลุ่มเพื่อน ๆ ได้ยินเสียงหญิงสาว 2 คนตะโกนให้ช่วยมีคนกระชากกระเป๋า พร้อมวิ่งติดตามมา เห็นรถจยย.คนร้ายผ่านไปจึงพร้อมด้วยนายอนุวัช จำรูน อายุ 31 ปี ขับรถ จยย.ติดตามมาอย่างกระชั้นพร้อมๆกันยังมีเพื่ออีก 7-8คนขี่รถ จยย.ไล่ตามมา คนร้ายพยายามเร่งรถหนีเข้าซอยและรถเสียหลักคว่ำ คนขับเป็นชายหลบหนีไปได้ทิ้งผู้หญิงไว้จึงช่วยกันจับกุมรอเจ้าหน้าตำรวจดังกล่าว
ด้านนางนันภัสตร์ พิชยธนพงษ์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 ซอยประวิทย์ 1/3 อุดมสุข 51 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ กล่าวว่า เดินทางมาจากกรุงเทพฯพร้อมครอบครัวหลังจอดรถจะแวะพาครอบครัวเที่ยวงานแสดงบูธสินค้า คนร้ายได้กระชากกระเป๋าที่ถือไป ลูกสาวคือ น.ส.นภัสนันท์ พิชยธนพงษ์ อายุ18 ปีและ ญาติชื่อฝ้าย เป็นชาวใต้หวันได้วิ่งตามคนร้ายและตะโกนขอให้คนช่วย ก่อนหน้านี้ตนเคยถูกคนร้ายทำทีว่ามาซ่อมจานดาวเทียมและงัดทรัพย์สินเงินสดหมดไปกว่า 1แสนบาท และมาเที่ยวปราจีนบุรีครั้งนี้โดนอีกนับว่าโชคร้ายต่อเนื่องจริง ๆ

เนาวรัตน์แจงใส่ชุดหวืออีก เพราะโค้งสุดท้าย

มื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ส.ค. ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นิตยสารทีวีอินไซด์จัดงานประกาศรางวัล คนบันเทิงสุดฮอต ทีวีอินไซด์ ฮอต อวอร์ดส์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2552 เพื่อมอบรางวัลให้กับบุคคลในวงการบันเทิงทุกสาขา บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีบุคคลในวงการบันเทิง ทั้งศิลปินเพลงลูกทุ่ง สตริง และนักแสดง เดินทางมาร่วมงานกันอย่างมากมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบรรดาชุดเรียกร้องความสนใจของดาราสาวในงานนี้ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ดาราหญิงรุ่นเดอะ สร้างความฮือฮาอีกครั้งในชุดคล้ายนางเงือก กระโปรงสีเงินผ่าสูง ส่วนท่อนบนใช้ผ้าซีทรูสีเนื้อแนบเนื้อ ตัดเย็บลูกไม้ปักเลื่อมสีเงินประดับหน้าอก แผงคอ และส่วนต่อเอว หลังจากดาราหญิงเพิ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในชุดแนวเต้นรำที่ใช้ผ้าซีทรู ซึ่งใส่ไปงานสตาร์ อวอร์ด เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา



ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRJME9UTTVPRFV3TWc9PQ==

โจรบุกเดี่ยวจี้ร้านทอง"อึ้งเฮงหลี เยาวราช"ข้างแม็คโครบางกะปิ กวาดทองไปกว่า 16 บาท มูลค่ากว่า 2 แสนบาท ก่อนซิ่งจยย.หนีลอยนวล พนักงานสาว เผย ใช้เวลาลงมือเพียง 2 นาที หลังตำรวจมาตรวจตู้แดงไม่นาน (23ต.ค.) เวลา 10.00 น. พ.ต.ท.นิโรจน์ ผลบุญ พนักงานสอบสวน (สบ2) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ภายใน"ร้านห้างเพชรทองอึ้งเฮงหลี เยาวราช" ติดกับห้างแม็คโคร สาขาบางกะปิ ถนนลาดพร้าว แขวงคลงอจั่น เขตบางกะปิ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.สุพิชัย วิชยากร รอง ผกก.(ปป.)สน.ลาดพร้าว และเจ้าหน้าที่สายสืบสน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ก่อนวิทยุประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และใกล้เคียงสกัดจับคนร้าย
ที่เกิดเหตุร้านทองดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแม๊คโคร เจ้าหน้าที่พบพนักงานสาวของร้านทองจำนวน 3 คน ประกอบด้วย น.ส.ปัทมา เลไทสง อายุ 28 ปี น.ส.ธิดา มาประโคน อายุ 26 ปี และน.ส.กัลยา สัญกลาง อายุ 27 ปี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวในอาการตื่นตกใจ โดย น.ส.ปัทมา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนทั้ง 3 คนกำลังทำความสะอาดร้านทองตั้งแต่เวลา 09.00 น. เพื่อเตรียมเปิดร้านเวลา 10.00 น. จากนั้นเวลาประมาณ 09.55 น. ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาเซ็นต์ตู้แดงในร้านทอง
น.ส.ปัทมา กล่าวอีกว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเซ็นต์ตู้แดงออกไปไม่นาน ก็มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟิโน่ สีแดงขาวคาดน้ำตาล ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน แต่งกายสวมเสื้อยืดสีเทาลายขวางสีแดง สวมทับด้วยเสื้อแจ๊คเก็ตสีกรมท่าแขนยาว สวมกางเกงขายาวสีกรมท่า สวมรองเท้าผ้าใบยี่ห้อพู่ม่าสีดำคาดขาว สวมหมวกกันน๊อคครึ่งใบไม่มีกระจกบังหน้าสีดำยี่ห้ออินเด็ก และใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวลายดอกปิดบังใบหน้าไว้ เดินเข้ามาในร้านขณะที่พวกตนทำความสะอาดอยู่ แล้วคนร้ายชักอาวุธปืนออกมาจากเอวสังเกตเห็นปืนเป็นสีบรอนซ์เงิน
"คนร้ายตะโกนขู่ว่าเอาทองมาให้กู จังหวะนั้นพวกหนูอยู่ในอาการตื่นตกใจและกลัว ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่ง หาที่หลบเพราะกลัวถูกยิง จากนั้นคนร้ายเดินเข้ามาในเค้าเตอร์กวาดเอาทองในถาดจำนวน 3 ถาด แล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต วิ่งหลบหนีไปอย่ารวดเร็ว โดยใช้เวลาก่อเหตุไม่เกิน 2 นาที จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้คว้าทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 สลึง จำนวน 20 เส้น สองสลึง จำนวน 10 เส้น และสามสลึง จำนวน 6 เส้น รวมทองทั้งหมด 16 บาท 3 สลึง มูลค่า 285,625 บาท"น.ส.ปัทมา กล่าวด้วยอาการตื่นตกใจ
ด้าน พ.ต.ท.นิโรจน์ กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุก็รีบประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจในพื้นที่และสายตรวจพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อสกัดจับคนร้าย โดยแจ้งรูปพรรณสันฐานของคนร้ายและยานพาหนะ ซึ่งทราบเพียงว่าคนร้ายหลบหนีไปทางถนนลาดพร้าวขาเข้าแต่ขณะนี้ยังไม่มีวี่แวว เนื่องจากถนนมีแยกซอยหลายแยกคนร้ายน่าจะดูลาดเลามาอย่างดี เนื่องจากมาก่อเหตุหลังเจ้าหน้าที่สายตรวจมาตรวจตู้แดงได้ไม่นาน และน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของร้านว่าเปิดปิดเวลาไหน
พ.ต.ท.นิโรจน์ กล่าวอีกว่า ขณะเกิดเหตุทางร้านไม่ได้ระมัดระวังตัว เพราะกำลังทำความสะอาดไม่ได้มีการล๊อคประตูหน้าร้าน โดยเจ้าหน้าที่จะได้นำกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ไปตรวจสอบพบว่าคนร้ายรูปร่างท้วม สูงประมาณ 165 ซม. สังเกตการแต่งตายและรองเท้าชัดเจน ซึ่งจะประสานฝ่ายสืบสวนประกอบกับหลักฐานรอยนิ้วมือแฝง เพื่อเป็นข้อมูลติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ร้านทองดังกล่าวเคยถูกคนร้ายก่อเหตุจี้ชิงทองลักษณะเดียวกันมาแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งไม่รู้เป็นคนร้ายรายเดียวกันหรือไม่

จีนเร่งให้ความรู้ชาวบ้านสกัดกาฬโรคปอด

เจ้าหน้าที่จีนได้แจกเอกสารคู่มือกว่า 40,000 เล่มและวัสดุอื่นๆเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคกาฬโรคปอด แก่ชาวบ้านในเมืองจือเข่อตัน มณฑลชิงไห่ ที่เป็นแหล่งระบาด เพื่อให้เกิดความเข้าใจและป้องกันการเกิดความตื่นตระหนก หลังจากมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้แล้ว 3 คนและอีก 9 คนยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยหนึ่งคนมีอาการหนักมากอีกคนกำลังดีขึ้น และอีก 7 คนอาการทรงตัว ส่วนหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี และสำนักข่าวซินหัว รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคระบาดในชิงไห่ ว่าการระบาดของกาฬโรคปอดในขณะนี้อาจมีต้นตอมาจากสุนัขติดเชื้อจากมาร์ม็อต ซึ่งเป็นสัตว์ฟันแทะชนิดหนึ่ง และหมัดในสุนัขตัวนี้ ก็อาจกัดชายที่เป็นเหยื่อของโรคนี้คนแรกขณะฝังซากสุนัขที่ตาย แล้วเชื้อได้แพร่กระจายไปยังชาวบ้าน
เมืองจือเข่อตันในเขตชนบทห่างไกลที่มีพื้นที่ 3,500 ตารางกิโลเมตรและมีประชากรราว 10,000 คนถูกปิดเพื่อกักกันโรคได้หลายวันแล้ว และทางการมั่นใจว่าควบคุมการระบาดได้โดยยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขชิงไห่ ย้ำว่า พื้นที่ระบาดได้รับยารักษาเพียงพอ และชาวบ้านใช้ชีวิตได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่ได้ทำการฆ่าเชื้อ และเผากำจัดซากสัตว์ทั้งหมดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อแล้ว
ขณะที่มีรายงานว่า ชาวบ้านส่วนหนึ่งในเมืองจือเข่อตันพยายามหลบหนีออกจากเมืองตั้งแต่เมื่อคืนวันจันทร์ หลังได้ยินข่าวมีผู้เสียชีวิตจากกาฬโรคเป็นรายที่สามในวันนั้นทั้งที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจภายในรัศมี 28 กิโลเมตรรอบเมืองเพื่อสกัดกั้นคนเข้าออก
ด้านโทมัส บัตเลอร์ นักวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยรอสส์ในสหรัฐ ระบุในบทความของวารสารคลีนิคัล อินเฟคเชียส์ ดีซีส (Clinical Infectious Diseases) ฉบับเดือนกันยายนว่า ขณะนี้กำลังมีการพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันกาฬโรคปอด ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิผล

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552

บี้แบงก์ปล่อยกู้

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุต สาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ในวันที่ 7 ก.ย.นี้ จะหารือแนวทางผลักดันให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง และลดปัญหาหนี้เสียของผู้ประกอบการให้รัฐบาลพิจารณาอีกรอบ เนื่องจากปัจจุบันเอกชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ แม้รัฐบาลตั้งเป้าจะเพิ่มวงเงินปล่อยกู้ให้อีก 3 แสนล้านบาท แต่ทางปฏิบัติมีขั้นตอนปฏิบัติที่ยุ่งยากและซับซ้อน “ยังหารือเรื่องการแก้กฎหมายศุลกากร ที่เกี่ยวกับการให้รางวัลนำจับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน” นายสมมาต ขุนเศษฐ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กกร.จะจัดระดมความคิดเห็นระหว่างผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภาคเอกชน และตัวแทนจากสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดปัญหาการเกิดหนี้เสียการปล่อยสินเชื่อ.

ร้องรุ่นพี่ม.6เถื่อน

รุมกระทืบม.2ยับ พ่อสุดทนแจ้ง 'ปวีณา' ประสานตำรวจจัดการ

บุกร้อง "ปวีณา" รุ่นพี่ ม.6 โรงเรียนกีฬาดังเมืองกรุงสุดเถื่อน ยกพวกกว่า 30 คน รุมกระทืบ “รุ่นน้อง ม.2” เละคาหอพัก พ่อเหยื่อสุดทนแจ้งผู้บริหารโรงเรียนจัดการเอาผิด แต่เรื่องเงียบฉี่ แฉลูกชายถูกประธานนักเรียนยัดข้อหาฉกมือถือรุ่นพี่ พอปฏิเสธไม่ยอมเชื่อ จับแยกห้องเอาผ้าห่มคลุมรุมยำจนอ่วม เพื่อนก็โดนเล่นงานด้วย “เจ๊ปิ๊ก” ประสานตำรวจจัดการ

โวยรุ่นพี่เถื่อน ยกพวก 30 คนสหบาทาลูกชายชั้นม.2 เละคาหอพักโรงเรียนครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ก.ย. นายแสง (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ได้พา ด.ช.จั๋ง และด.ช.อัพ (ทั้งสองนามสมมุติ) อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายและเพื่อนของบุตรชาย เรียนอยู่ชั้นม.2 โรงเรียนกีฬาชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธาน “มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” หลังจากบุตรชายพร้อมเพื่อน ถูกรุ่นพี่ชั้น ม.ปลาย กว่า 30 คน ทำร้ายร่างกายอย่างป่าเถื่อน โดยกล่าวหาว่าบุตรชายขโมยโทรศัพท์ของรุ่นพี่ไป

นายแสง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่บุตรชายเลิกเรียนและนำกระเป๋าสัมภาระเดินไปเก็บที่หอพักซึ่งเป็นห้อง นอนรวม จากนั้นเวลา 16.00 น. ได้ลงมาซ้อมกีฬาบาสฯ ตามปกติ ภายหลังซ้อมกีฬาเสร็จประมาณ 18.30 น. จึงได้เดินขึ้นห้องพักเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นประมาณ 20.30 น. รุ่นพี่ ม.6 ชื่อนายกอล์ฟซึ่งเป็นประธานนักเรียน, นายเต่า และนายเอ็ม ได้เดินขึ้นมาเรียกนักกีฬาบาสทุกคนมารวมเข้าแถวในห้องพัก โดยให้บุตรชายของตนและด.ช.อัพ มานั่งที่หน้าแถว จากนั้นนายกอล์ฟ ได้มาสอบถามบุตรชายว่า “รู้ไหมว่าเมื่อวันศุกร์โทรศัพท์ของไอ้แบงค์หาย” บุตรชายจึงตอบไปว่า “รู้ครับพี่แบงค์บอกผมแล้วเมื่อตอนเช้า” จากนั้นนายกอล์ฟได้ถามบุตรชายต่อว่าแล้วเมื่อวันศุกร์ไปไหนมาทำไมไม่มาเรียน บุตรชายจึงบอกไปว่าวันศุกร์ไม่สบาย จึงขอให้ด.ช.อัพซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันพากลับบ้าน

จากนั้นนายกอล์ฟ ได้โทรฯ ไปหาภรรยาตนที่บ้าน สอบถามว่าเมื่อวันศุกร์บุตรชายตนกลับบ้านไปทำอะไรบ้าง ภรรยาจึงตอบว่าวันศุกร์บุตรชายไม่ค่อยสบายจึงให้ทานยาและพักผ่อน หลังจากวางสายนายกอล์ฟ ได้หันมาพูดกับบุตรชายตนว่า “มึงพูดไม่ตรงกับแม่มึง กูให้มึงพูดใหม่ว่าวันศุกร์มึงไปไหนมา” บุตรชายก็ยืนยันตามเดิมว่าไม่ได้ไปไหนจริง ๆ วันนั้นไม่สบายจะไปที่ไหนได้ ทำให้นายเต่า ซึ่งเป็นรุ่นพี่และเป็นเพื่อนของนายกอล์ฟ ไม่พอใจมาก เดินมาตบหัวของบุตรชาย 4-5 ครั้ง โดยไม่พูดอะไรทั้งสิ้น จากนั้นนายกอล์ฟ ได้ให้นายเต่าและนายเอ็มพาเพื่อนบุตรชาย คือ ด.ช.อัพ แยกไปอีกห้องหนึ่ง สักพักนายเอ็ม ก็เดินกลับมาพร้อมพูดกับบุตรชายตนว่า “เพื่อนมึงรับแล้วนะว่ามึงเป็นคนเอาโทรศัพท์ของไอ้แบงค์ไปขาย” บุตรชายจึงปฏิเสธไป

พอสิ้นเสียงลูกชายเท่านั้น นายเอ็มได้ปรี่เข้ามาตบศีรษะพร้อมกับใช้เท้าถีบที่หัวไหล่ จากนั้นเมื่อเห็นว่าบุตรชายตนไม่ยอมรับจึงได้นำผ้าห่มมาคลุมที่ศีรษะของบุตร ชายตนและเรียกรุ่นพี่ประมาณ 30 คน เข้ามารุมทำร้ายเตะต่อย จนกระทั่งถึงเวลา 02.00 น. จึงได้ปล่อยให้บุตรชายไปนอนในสภาพเขียวช้ำไปทั้งตัว ภายหลังเกิดเรื่องบุตรชายได้แจ้งให้ตนเองทราบ ตนจึงเดิน ทางไปขอความเป็นธรรมกับผู้อำนวยการโรงเรียน แต่เรื่องกลับเงียบไม่มีการดำเนินการใด ๆ กับรุ่นพี่ที่ก่อเหตุ อีกทั้งบุตรชายของตนยังถูกข่มขู่ตลอดเวลา กระทั่งเห็นว่าเวลาผ่านไปเป็นเดือน จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อนางปวีณา ดังกล่าว

ภายหลังรับแจ้ง นางปวีณา หงสกุล ประ ธาน “มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” ได้ประสานไปยังตำรวจท้องที่ เพื่อขอให้เร่งดำเนิน คดีกับรุ่นพี่ที่ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าว พร้อมกันนี้นางปวีณารับจะประสานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ เพื่อขอให้ส่งนักจิตวิทยา เข้ามาช่วยบำบัดฟื้นฟูสภาพจิตเด็กต่อไป.

จับยาไอซ์

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.น.4 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.มัณฑาร อภัยวงศ์ รองผบก.น.4 พ.ต.อ.ปกรณ์ กิตติวัฒน์ ผกก.สส.น.4 นำกำลังออกสืบสวนจับกุมเครือข่ายยาเสพติด โดย พ.ต.ต.บุรินทร์ ลลิตาธาดา สว.กก.สส.น.4 พร้อม ร.ต.อ.มาโนช สุทธรักษ์ รอง สว.กก.สส.น.4 นำกำลังเข้าจับกุม นายสุธี หรือหนึ่ง แซ่ปึง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 1 ต.ม่วงหมู่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี พร้อม ของกลางยาไอซ์ ห่อด้วยกระดาษพันเทปกาว หนัก 2 กิโลกรัม ราคาประมาณ 8 ล้านบาท รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส ทะเบียน ศค 271 กรุงเทพมหานคร และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านถนนรามคำแหง

พ.ต.อ.มัณฑาร กล่าวว่า ชุดจับกุมได้สืบทราบว่ามีแก๊งคนร้ายค้ายาเสพติดจะทำการลักลอบส่งยาไอซ์ ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนออกติดตามจับกุมจนกระทั่งพบคนร้ายขับ รถมาจอดไว้บริเวณที่จอดรถ ห้างสรรพสินค้าดังกล่าว เพื่อที่จะขับรถของกลางนำยาไอซ์ที่เก็บไว้ในกระโปรงหลังรถยนต์ไปส่งให้กับ ลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าจับกุม สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้มาขับรถของกลางเพื่อนำยาไอซ์ไปส่งที่ย่านสะพาน 3 ถนนจันทร์ ได้ค่าจ้างครั้งละ 2 หมื่นบาท ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และจะขยายผลหาเครือข่ายทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป.

สิ่งประดิษฐ์มีชีวิตจากฮาร์ดิสก์เก่า

เผยนวัตกรรมใหม่แผ่นฮาร์ดิสก์เก่าสร้างของเล่นมีชีวิตได้กว่า 20 ชนิด เน้นเป็นสื่อเรียนรู้เพิ่มความเข้าใจวิชาวิทย์ฯเทคโนระหว่างผู้เรียนกับผู้ สอน พร้อมสนับสนุนเยาวชนฝึกคิดประดิษฐ์ของเล่นใช้เอง

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมคณะวิจัยนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์เพื่อการเรียนรู้ สังกัดกระทรวงกลาโหม เล็งเห็นความสำคัญของการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ จึงได้ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยส่งเสริมให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา มีความรู้ควบคู่จินตนาการ และสร้างเสริมการเรียนรู้ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนให้เข้าใจกันยิ่งขึ้น โดยเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นวิชาที่เข้าใจยากให้ง่ายขึ้น ผ่านแผ่นฮาร์ดดิสก์ที่ไม่ใช้แล้วหรือเสีย นำมาประดิษฐ์เป็นของเล่นสำหรับเด็ก ถ้าพิจารณาชิ้นส่วนหลักในฮาร์ดิสก์ แต่ละตัวจะประกอบด้วย 4-5 ส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกคือ แผนวงจรอิเล็กทรอนิกส์ แผ่นฮาร์ดดิสก์ มอเตอร์สำหรับหมุนแผ่นฮาร์ดดิส หัวอ่านหรือแขนอ่าน และ แม่เหล็กถาวรความร้อนสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากส่วนประกอบทั้งหมดนำสองส่วนสุดท้ายคือหัวอ่านหรือแขนอ่านและแม่เหล็กถาวร ความร้อนสูงนำมาเช่ือมต่อแบบอนุกรมกันเพื่อให้ขดลวดที่อยู่ในหัวอ่านทำปฎิ กิริยาให้เกิดสนามแม่เหล็ก ส่งแรงไปดึงพลังงานหรือผลักดันร่วมกับสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กถาวรทำให้ชิ้น ส่วนดังกล่าว เคลื่อนที่ไปมาได้ตามความแรงของกระแสไฟฟ้าที่ป้อนเข้าไปยังขดลวด จึงสามารถนำไปเป็นกลไกที่บังคับด้วยไฟฟ้ากับงานต่าง ๆ ได้หลายชนิดช่วยให้ของเล่นธรรมดากลายเป็นของเล่นที่มีชีวิต สามารถขยับไปมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกด้วยว่า นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของเล่นดังกล่าวช่วยส่งเสริมให้การเรียนระหว่างผู้ เรียนกับผู้สอนเข้าใจง่ายขึ้น โดยเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และคณิตศาสตร์ ที่ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาก ขึ้น ฝึกคิดฝึกปฎิบัติ ทดลองประดิษฐ์คิดค้นของเล่นต่างๆ จากฮาร์ดดิสก์ที่เสียหรือชำรุดมาสร้างประโยชน์ใหม่ที่มีคุณค่า มากกว่าการนำทิ้งขว้างหรือไปขายเป็นเศษเหล็กที่มีค่าเพียง 50 - 80 บาท จากท่ีราคาตัวละ 2- 3 พันบาท ซึ่งถ้านำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ไม่เผาหรือหลอมละลาย จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ แม้ว่าจะเล็กน้อยแต่ถ้าใช้งานกันเป็นวงกว้างจะก่อให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ อุปกรณ์สำคัญในฮาร์ดดิสก์ที่ถอดแล้ว ประกอบด้วยขดลวดที่ติดอยู่กับแขนอ่านและแม่เหล็กถาวรคุณภาพสูง สามารถนำไปประดิษฐ์เป็นของเล่น เครื่องมือ เครื่องใช้ได้มากกว่า 20 ชนิด สร้างให้นักประดิษฐ์รุ่นเยาวชนได้เกิดจินตนาการ ความร่วมมือของหมู่คณะ หรือ เกิดเป็นเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับใช้ทดลองในห้องเรียนสำหรับรุ่นต่อ ๆ ไป

"นีโน่" โต้เตียงหัก! ยันไม่เกี่ยวพ่อผัว-ลูกสะใภ้

นีโน่-เมทนี โต้ข่าวเลิกน้องจอย ยันยังรักกันปกติ ระบุเลิกเที่ยวซุกซนนานแล้วตั้งแต่ก่อนแต่งงาน ยันไม่เกี่ยวเรื่องพ่อไม่ชอบแฟนสาว ส่วนเรื่องลูกปล่อยตามธรรมชาติ...

หลัง จากผ่านงานวิวาห์สุดอลังการกันไปแล้ว นีโน่-เมทนี บุรณศิริ ก็ก้มหน้า ก้มตาปั๊มลูกกับ น้องจอย เป็นการใหญ่ ยิ่งถูกเพื่อนซี้ โอ-วรุฒ ได้ลูกตัดหน้าไปแล้วทั้งที่ยังไม่ทันแต่งด้วยซ้ำ นีโน่ ก็ยิ่งต้องเร่งเครื่อง แต่ล่าสุดกลับมีข่าวไม่เป็นมงคลว่า "เตียงหัก" ซะงั้น ตามไปสัมฯ นีโน่ ในงานแถลงข่าว "มหัศจรรย์ อาหารไทยและเชฟกระทะเหล็กไทยทั่วโลก" ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่ง นีโน่ กล่าวว่า "เนี่ยข่าวออกมาพี่ก็โดนผู้ใหญ่ถามเหมือนกัน งง เอามาจากไหนกันเหรอ ยังไม่ทันท้องเลยก็มีข่าวปล่อยออกมาว่าเมียท้อง แล้วเนี่ยก็มีข่าวเลิก กับแฟนแอบไปมีเด็กใหม่อีกแล้ว อยากจะบอกว่าไม่ได้เลิก ยังรักกันปกติครับ รู้ข่าวนี้ในวันที่ไปกินข้าวที่บ้านแม่ยาย แม่ยายก็ถามว่ามีข่าวว่าจอยกับโน่เลิกกัน ซึ่งเค้าก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะไปกินข้าวที่นั่นบ่อย" ตั้งแต่ แต่งงาน ดูเหมือนจะมีข่าวไม่ดีตลอดเลย "ขอบคุณมาก ตั้งแต่บอกว่าเป็นเกย์ ออฟเด็กผู้ชาย นี่มาบอกว่าแยกทางกับเมียแล้วก็มีเด็กผู้หญิงยังหรอกครับ ยังไม่มีอะไรถ้ามีอะไรจะบอก" พอมีข่าวแบบนี้จอยว่ายังไงบ้าง "ผมกับภรรยาชินกับข่าวแล้วไม่ ได้มีความรู้สึกอะไร มีแต่เพื่อนที่เป็นห่วงโทร.มาถามเท่านั้นเอง"

เรื่องไปเที่ยวซุกซน ถือว่าล้างมือในอ่างทองคำไปแล้ว? "ล้างแล้ว คือเรา พูดมาตั้งนานแล้ว ว่าเราล้างมือในอ่างน้ำ มนต์ เมื่อก่อนแถวรัชดาเราอยู่ทุกวัน เรื่องพวกนี้ไม่มีตั้งนานแล้วตั้งแต่ก่อนแต่งงานและ ตั้งแต่ทำโรงเรียนบนเขาที่เชียงราย เราก็ไม่เที่ยวแล้ว คณะกรรมการ ร.ร.แอนตี้เรื่องพวกนี้อยู่แล้วเราก็ไม่ทำ ยิ่งตอนนี้เป็นผู้พิพากษาสมทบ ยิ่งแล้วใหญ่เลยเป็นความรับผิดชอบสูงที่เราจะต้องมานั่นดูแลตัวเอง" สาเหตุที่เลิกกันจะพูดกันว่าพ่อพี่โน่ไม่ชอบสะใภ้ "ยังครับ ยังไม่มีอะไรขนาดนั้น ยังรักกันดี" ไม่เกี่ยวว่าพ่อไม่ชอบจอย "ไม่ใช่ๆ ถ้าจะชอบหรือไม่ชอบก็ไม่เกี่ยวกัน คนเราสองคนอยู่ด้วยกันก็เป็นเรื่องคนสองคน อะไรจะมาทำให้เราหมดรักกันไม่เกี่ยว คนเราจะเลิกกันเกิดขึ้นจากคนสองคนเป็นหลัก" เรื่องลูกล่ะ "พยายามอยู่ ยังปล่อยตามธรรมชาติ ภรรยายังอยากเที่ยว อยากทำโน่นทำนี่ก่อน เอาไว้ปีหน้า ถ้าไม่มีค่อยปรึกษาหมอ".

มะเร็งคร่าชีวิต 'จางจินยอง' ดาราดังเกาหลี

ดาราสาวค่าตัว แพงที่สุดของเกาหลี "จาง จิน ยอง" เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 35 ปี หลังต้องต่อสู้กับมะเร็งกระเพาะอาหาร มานานกว่า 1 ปี ที่ รพ.ในกรุงโซล โดยมีครอบครัวอยู่เคียงข้าง..

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวัน ที่ 2 ก.ย. ว่า จาง จิน ยอง (Jang Jin Young) ดารานักแสดงสาวชื่อดังของเกาหลีใต้ วัย 35 ปี ที่มีค่าตัวแพงที่สุดถึง 400 ล้านวอน ได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อวันที่ 1 ก.ย. เวลา 16.04 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่โรงพยาบาลโซล เซนต์ แมรี่ ในกรุงโซล หลังจากป่วยด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร โดยมีแฟนและครอบครัวของเธออยู่เคียงข้าง

โดยดาราสาวคนดัง ต้องหยุดรับงานแสดงหลังจากตรวจพบความผิดปกติในร่างกาย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ปีที่แล้ว ก่อนที่ผลการตรวจของแพทย์จะยืนยันว่าเธอเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร จึงเดินทางไปรักษาตัวที่สหรัฐอเมริกา ก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด จาง จิน ยอง ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแม่ทีวีของเกาหลีใต้ มีผลงานละครทางทีวีหลายเรื่อง ที่โด่งดัง อาทิ The Lobbyist ของค่าย SBS ในปี 2007, Modest Lover ของค่าย MBC ปี 1999, Should Have A Good Heart และ The Angel Within รวมไปถึงผลงานภาพยนตร์ อาทิ Between Love and Hate, Blue Swallow, Singles และ Scent of Love โดยได้รับรางวัลจากการแสดงมากมาย และเป็นนักแสดง 1 ใน 2 คน ที่คว้ารางวัลดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม รางวัลบลู ดรากอน ฟิล์ม อวอร์ด 2 ครั้ง ในปี 2544 และ 2546 ก่อนจะกลายเป็นนักแสดงที่มีค่าตัวแพงที่สุดในวงการภาพยนตร์เกาหลี โดยเธอได้รับค่าตัวโดยเฉลี่ยเรื่องละ 400 ล้านวอน

นอกจากนี้ จาง จิน ยอง ยังติดอันดับ 6 สตรีเกาหลีผู้มีใบหน้าสวยงามที่สุด จากการจัดอันดับของนิตยสารมูฟวี่ วีค ของเกาหลี โดยสอบถามความเห็นจากตากล้องช้นนำ 86 คน


'ลีเดีย'ซื้อคฤหาสน์ ราคา40ล้าน มีสนามบินหมู่บ้าน

ลีเดียพร้อมครอบครัวควักเงินซื้อบ้านหรูราคากว่า 40 ล้านบาท เนื้อที่ร่วม 1 ไร่ บนถนนพระราม 2 ภายในมีสนามบินประจำหมู่บ้านสำหรับเครื่องบินเล็กขึ้นลง...

ผู้ สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (2 ก.ย.) ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา พร้อมครอบครัวลงนามในสัญญาซื้อขายบ้านพร้อมลานจอดเครื่องบินส่วนตัวในหมู่ บ้าน โครงการเบสท์ โอเชี่ยน แอร์ พาร์ค บนถนนพระราม 2 มูล ค่ากว่า 40 ล้านบาท โดยมีนายสิทธิชัย เจริญขจรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เบสท์ โอเชี่ยน กอล์ฟ จำกัด และคณะต้อนรับ ในงานแสดงนิทรรศการการบินพลเรือน ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์สอบถามข้อเท็จจริงไปยังลีเดียปรากฏว่า ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ฝ่ายประ ชาสัมพันธ์โครงการเบสท์ โอเชี่ยน แอร์ พาร์คยอมรับว่าลีเดียได้ซื้อบ้านจากโครงการจริง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดการชำระเงินและข้อมูลลูกค้าได้

สำหรับ โครงการเบสท์ โอเชี่ยน แอร์ พาร์คเป็นโครงการที่อยู่อาศัยในสนามกอล์ฟ ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 หมู่ 7 ต.โคกคาน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร แยกออกเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกเป็นบ้านเดี่ยวสร้างในพื้นที่ 400 ตารางวาขึ้นไป ราคา 20-40 ล้านบาท ส่วนเฟสที่ 2 เป็นบ้านเดี่ยวปลูกสร้างในพื้นที่ 100-150 ตารางวา ภายในโครงการมีรันเวย์สำหรับเครื่องบินขนาด 2-4 ที่นั่ง 1 เครื่องยนต์ ซึ่งได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายและเปิดให้บริการเครื่องบินขึ้น-ลงแล้ว

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การทำงานของคอมพิวเตอร์

1.ส่วนประกอบภายใน pc นั้นมีอะไรบ้าง
1.1 Central Processing unit (CPU)
1.2 Mainborad
1.3 Memory
1.4 Operating system
1.5 Power supply
1.6 Chipset
1.7 Sound card
1.8 ระบบบัส และ Portต่อเชื่อม
1.9 Graphic Card
2.เวลาเลือกซื้อPC มักจะต้องคำนึงถึงอะไรเป็นอันดับแรก
CPU เลือกใช้ Pentium III ,Celeron หรือ Athlon
3.ประเภทของหน่วยความจำมีอะไรบ้าง
-Random-access memory (RAM) ถือเป็นหน่วยความจำที่เราคุ้นเคยมากที่สุด
-Read - only memory (ROM) ถือเป็นหน่วยความจำถาวร
-Basic input / output system (BIOS) ควบคุม ค่าการทำงานต่างๆ
-Caching เป็นอุปกรณืชิ้นใหญ่ที่สุด ที่อยู่ในเครื่อง PC
4.การประสานงานอันทรงประสิทธิภาพต้องทำเช่นไร
-1. กดปุ่มเปิดเครื่อง ทั้งบนตัวเครื่อง PC และจอภาพ นั่นหมายความว่าคุณกำลัง ปล่อยให้กำลังไฟฟ้า ไหลผ่านเข้าสู่ระบบและเริ่มต้น การทำงานของPC
-2.ที่หน้าจอจะเห็นซอฟต์แวร์ BIOS กำลัง RUN
-3.The bootstrap loader จะทำการโหลดข้อมูล ของระบบปฏิบัติการมาไว้บน RAM เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ ประมวลผล CPU จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอน การเตรียมเครื่องมือการทำงานต่างๆให้พร้อม
-4. เมื่อระบบปฏิบัติกรพร้อม สำหรับการใช้งาน จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของคุณในการเรียกใช้งานโปรแกรมต่างๆที่ต้องการ ผ่านการป้อนข้อมูลโดยเมาส์ และคีบอร์ด
-5.เมื่อเรียกใช้งานโปรแกรมระบบปฏิบัติการ จะเรียกข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ มาเตรียมที่ RAM เพื่อรองรับ
-6. เมื่อต้องเลิกใช้งาน ก็คลิกที่ Start และเลือก Shut Down เพื่อปิด PC ซึ่งระบบปฏิบัติการ จะทำการตรวจสอบการทำงานทั้งหมดเพื่อปิดโปรแกรมต่างๆ และพร้อมสำหรับการปิดเครื่อง จากนั้น เครื่องก็จะปิดลงอัตโนมัติซึ่งรวมไปถึงการตัดไฟ ออกจากระบบด้วย

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สำหรับแม่น้อยกว่านี้ได้ยังไง

แม่เป็นผู้ให้กำเนิดเรามาเลี้ยงดูเราตั้งแต่เล็กจนโตคอยดูแลเราอย่างใกล้ชิดมิเคยห่างไกล คอยชี้แนะอบรมสั่งสอนเราให้เราเป็นคนดี
ตั้งใจเรียนหนังสือ กว่าแม่จะเลี้ยงดูเราได้มาจนถึงทุกวันนี้ต้องผ่านอะไรมามากแม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูเราแม่อดทนและพยายามมากกว่าจะได้สิ่งดีๆมาให้กับเรา สำหรับฉันแม่คือ HeRo คนนึงที่มีความสำคัญกับฉันมาก ฉันรักท่านมาก อยากอยู่กับท่านนานเท่าที่จะนานได้อยากดูแลท่านเพื่อตอบแทนพระคุณท่าน ไม่มีใครดีหรือรู้จักเรามากไปกว่าแม่เรานี้แล้ว รักแม่น่ะค่ะ
ชื่อ ศิริวรรณ มิ่งขวัญ

ชั้น ม.4/1 เลขที่ 41

ชื่อเล่น แนนซี่

ผู้แนะนำ นาย วีระชน ไพสาทย์

ความรู้สึก ซ่อมคอมให้หนูเรียนหน่อยยยย